Knowledge Of Flower Arrangements1
Knowledge Of Flower Arrangements1

Knowledge Of Flower Arrangements1

ความรู้เบื้องต้นก่อนจัดงานดอกไม้

EP. 1

บทความนี้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านที่กำลังเริ่มต้นจะจัดงานต่างๆ สักงานหนึ่ง เขียนโดยข้าพเจ้าเอง (Lex) เคยเขียนบทความแบบนี้ เมื่อนานมาแล้วในเว็บไซต์เก่าของข้าพเจ้า theflowerbylek.com และแอบเห็นมีหลายเว็บเอาบทความไป rewrites ใหม่ ก็เห็นเป็นเรื่องที่ดีค่ะ ถือว่าให้ความรู้แก่ผู้คน โดยจะเน้นเป็นภาษาที่ร้านดอกไม้ หรือช่างดอกไม้ใช้กันนะคะ เชื่อว่าถ้าผู้อ่านไปสื่อสารกับร้าน กับช่างดอกไม้ เขาเข้าใจแน่นอน
เรามาเริ่มกันเลยค่ะ..

จัดดอกไม้สดหรือดอกไม้ปลอมดี ?

ถ้าถามความเห็น ก็จะแนะนำว่า อยู่ที่ท่านชอบเลยค่ะ ไม่มีผิดถูกแต่อย่าง ลักษณะการจัดดอกไม้สดและดอกไม้ปลอม มีวิธีการเดียวกันค่ะ จะต่างกันที่

1. ดอกไม้-ใบไม้ปลอม ทำมาจากผ้า พลาสติก ยาง จะอยู่กับคุณไปตลอดกาลนาน ถ้านานหลายๆปีอาจจะมีสีซีดบ้างค่ะ ดอกไม้ปลอมจะมีหลายเกรดนะคะ ราคาก็แตกต่างกันเลยค่ะ ถ้าจะใช้แบบที่เหมือนจริงมากๆราคาก็จะแพงขึ้น แล้วแต่งบประมาณท่านเลยค่ะ ที่สำคัญคือ ดอกไม้ปลอมไม่ต้องกินน้ำ และมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ถ้างานของท่านใช้เวลาแสดงงานอยู่หลายวัน และท่าน มีงบจำกัด แนะนำให้จัดดอกไม้ปลอมค่ะ

2. ดอกไม้สด จะมีของที่ปลูกในประเทศไทย ปัจจุบันมีหลายอย่างนะคะ แต่กล้วยไม้จะเยอะหน่อย ราคาถูก-แพงแล้วแต่เดือน บางเดือนดอกไม้ไม่ออกดอก ราคาก็จะแพงเพราะมีของน้อย ดอกไม้อื่นๆส่วนใหญ่จะนำเข้าค่ะ จากจีน ฮอลแลนด์ ออสเตรเลีย ฯลฯ เป็นต้น ราคาของนำเข้าก็จะแพงกว่าค่ะ
ดอกไม้สดต้องกินน้ำอยู่ตลอดเวลา และจะอยู่ได้เต็มที่ ประมาณ3-4 วันค่ะ และจะค่อยๆทยอยเหี่ยวไปทีละกลีบ ทีละช่อ

พื้นฐานการจัดดอกไม้

เรื่องของการจัดดอกไม้ ในเบื้องต้นขออธิบายให้เข้าใจก่อนนะคะว่า ก่อนที่จะจัดงานดอกไม้ ดอกไม้-ใบไม้สด ทุกชนิดจำเป็นต้องได้ กินน้ำ อยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีอุปกรณ์หรือภาชนะ ที่ใส่น้ำแล้วไม่รั่ว ในที่นี้คือ แจกัน กระถาง กระป๋อง ชาม ขวด ฯลฯ เข้ามาเป็นส่วนประกอบ เวลาจัดเราก็จะเทน้ำใส่ภาชนะประมาณครึ่งหนึ่ง แล้วตัดก้านดอกไม้ลงไปแช่ ให้ก้านดอกไม้กินน้ำ แบบนี้ทางช่างดอกไม้บางท่าน จะเรียกว่าการจัดแบบ “ปักน้ำ”

แต่ก็มีอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งที่ใช้จัดดอกไม้ คือ โอเอซิส (Floral Foam) เป็นโฟมสีเขียวที่ดูดน้ำแล้วเก็บกักน้ำไว้ในตัว เราตัดก้านดอกไม้แล้วปักไปในโฟมนั้น ดอกไม้ก็จะมีชีวิตอยู่ได้เพราะอาศัยดูดน้ำจากโฟม ช่างดอกไม้จะตัดโฟม และนำไปใส่ในภาชนะ หรือ ห่อโฟมด้วยพลาสติกแรป กันน้ำระเหยออก และใช้โฟมนี้ปักดอกไม้ให้ดอกไม้อยู่ในรูปทรงที่ต้องการ การจัดแบบนี้ สามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่มีข้อจำกัด เราสามารถเอาโฟมที่แช่น้ำแล้วห่อพลาสติกแรป ไปมัดติดกับที่ใดๆก็ได้ที่เราจะจัดดอกไม้ ช่างดอกไม้-ร้านดอกไม้จะเรียกโฟมนี้ว่า “โอเอซิส” ถ้าเป็นดอกไม้ปลอม-ประดิษฐ์ ก็จะมีโอเอซิสอีกประเภทเรียกว่า “โอเอซิสแห้ง” (ไม่ต้องแช่น้ำนะคะ)ใช้ปักดอกไม้ปลอมค่ะ
กรณี ถ้าท่านจัดด้วยดอกไม้ปลอม-ดอกไม้ประดิษฐ์ ก้านของดอกไม้ประดิษฐ์จะทำมาจากลวดแข็งๆ เป็นแกน แล้วเคลือบด้วยพลาสติก, ยาง ถ้าท่านเลือกดอกไม้ที่เป็นก้านยาวๆ เช่น ดอกเดลพีเนี่ยม, กุหลาบพวง ดอกจำพวกนี้จะมีน้ำหนักมาก ถ้าเอาไปใส่แจกันแก้ว ทรงสูง แจกันแก้วจะมีน้ำหนักเบากว่าดอกไม้ แจกันอาจจะล้มได้ ท่านต้องถ่วงน้ำหนักแจกัน โดยใช้หินสวยหรือทราย สวยๆ ใส่ไว้ที่ก้นแจกันค่ะ เพียงเท่านี้ แจกันของท่านก็จะไม่ล้มค่ะ

*สิ่งที่ควรรู้ โอเอซิส ขนาด 23x 11 x 7 cm. 1 ก้อนเมื่อดูดน้ำแล้วแล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 2 กก.
** ชื่อ โอเอซิส คือชื่อบริษัทโอเอซิส ที่ผลิต Floral Foam ปักดอกไม้ แต่คนไทยเรียก Floral Foam (ฟรอรัลโฟม) นี้ จนติดปากว่า “โอเอซิส” จนถึงทุกวันนี้

Floral Foam โอเอซิส ใช้จัดอกไม้ในแบบต่างๆ

เริ่มต้นจัดดอกไม้

1. การออกแบบ Floral Design

ก่อนการจัดงานดอกไม้แต่ละครั้งต้องมีการออกแบบเพื่อนำเสนอแก่ลูกค้า โดยการออกแบบจะเป็นหน้าที่ของ ดีไซน์เนอร์ , ออแกไนซ์ , ร้านดอกไม้ และปัจจุบัน ช่างดอกไม้ บางท่านก็จะมีทักษะทางด้านนี้ สามารถออกแบบงานดอกไม้ให้ท่านได้ อาจจะเป็นรูปสเกตช์ระบายสี หรือออกแบบคอมพิวเตอร์กราฟฟิค คนออกแบบงานที่ดี ต้องมีความรู้พื้นฐาน เรื่อง ทฤษฎีสี องค์ประกอบศิลป์ โครงสร้าง อุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง อยู่บ้าง เพราะมันจำเป็นเวลาแบบผ่านแล้วและต้องสร้างแแบบออกมาเป็นงานจริง
ท่านที่จะจัดงานอาจต้องทำการบ้านบ้าง โดยการหาตัวอย่างแบบงานที่อยากได้ Referent ,โทนสี Mood & Tone มาประกอบให้ดีไซน์เนอร์ ให้ช่างดอกไม้ ได้รับรู้ถึงความต้องการของท่าน ลองหาดูได้ใน Pinterest มีเยอะมากค่ะ

กรณีถ้าท่านออกแบบมาแล้ว และต้องการให้ร้าน-ช่างดอกไม้ตีราคา ท่านควรจะระบุสิ่งที่ท่านต้องการและจำนวนมาด้วย ตัวอย่างเช่น
งานวันที่ 5/5/2055 สถานที่ โรงแรม โทนสี เขียว-ขาว
-ใช้แจกันดอกไม้ 5 แจกัน
-ดอกไม้ เคาน์เตอร์ 4 จุด
-ดอกไม้โพเดี่ยม 1
-ช่อดอกไม้ 1
ท่านควรเขียนมาแบบนี้ เพราะบางทีท่านส่งมาแค่แบบกราฟฟิกมา แล้วบอกให้ร้านเสนอราคา แบบกราฟิค มันคือจินตนาค่ะ ยังไม่ใช่ความจริง 100% ถ้าท่านไม่ระบุอะไรมาเลย ร้านเขาไม่รู้หรอกค่ะว่าท่านต้องการอะไร แต่ถ้าอ่านบทความนี้จบ เราเชื่อว่าท่านจะมีความรู้มากขึ้น.
หรือถ้าท่านไม่รู้จะเอาอะไรไปตั้งตรงไหนดี ท่านบอก ร้าน-ช่างดอกไม้ ให้ช่วยแนะนำได้ และท่านก็แจ้งงบไปเลย ว่ามีเงินเท่านี้ ใส่อะไรได้บ้าง

**มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำคือ เอาแบบที่คนหนึ่งออกแบบ แล้วเอาแบบชิ้นนั้น ไปให้อีกคนหนึ่งจัด ถ้าไม่ได้จ่ายค่าแบบ อย่าทำแบบนั้นค่ะ มันดูหน้าละอาย**

ตัวอย่าง Floral Graphic Design 

2. โครงสร้าง Floral Structure

นอกจากภาชนะที่ไว้ใช้จัดดอกไม้แล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นที่สุด ที่ต้องใช้เวลาจัดงานดอกไม้ คือ โครงสร้างต่างๆ โดยมากจะทำจากเหล็ก ดัดเป็นรูปทรงต่าง เช่นโครงเหล็กโค้ง โครงเหล็กเหลี่ยม ฯลฯ หรือที่ทำจากไม้จะเป็นพวก Backdrop ขึ้นอยู่กับการออกแบบ-คอนเซ็ปต์และความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าดีไซน์เนอร์ ที่สำคัญที่สุดคือ โครงสร้างต้องมีความแข็งแรง เพื่อรับน้ำหนักของโอเอซิสและดอกไม้ เมื่อโครงสร้างต้องมีความแข็งแรง สิ่งที่ตามมาก็คือ งบประมาณค่ะ เพราะการจัดงานดอกไม้นอกเหนือจากค่าดอกไม้แล้ว ก็ค่าโครงสร้าง นี่แหละค่ะที่ต้องเผื่อไว้

โครงสร้างรูปทรงต่างๆ

3. ทีมงาน Team Player

การจัดดอกไม้ในแต่ละงานเราจะใช้เวลาอย่างน้อยๆ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน เราจะทำงานล่วงหน้าก่อนวันงานจริง โดยมากถ้าเป็นไปได้ จะทำงานกันตอนกลางคืน เพื่อให้เสร็จทันในเช้าวันงานจริง ขาดไม่ได้เลยคือทีมงาน เราจะแบ่งทีมงานเป็น 2 ส่วน

3.1 ทีมเซ็ท Set Up
คือคนงานที่จะจัดเตรียมอุปกรณ์การจัดดอกไม้ เตรียมโอเอซิสที่ใช้จัดดอกไม้ เตรียมงานโครงสร้าง เตรียมดอกไม้ เก็บขยะ ขับรถขนของ ฯลฯ
*ถ้าเป็นงานใหญ่ที่โครงสร้างมากๆ ทางเจ้าภาพหรือออแกไนซ์ อาจจะไปจ้างทีมก่อสร้างมาเองต่างหาก

3.2 ช่างดอกไม้ Florist
ในแต่ละงานจะใช้ช่างจัดดอกไม้จำนวนไม่เท่ากัน ถ้าเป็นงานใหญ่มากๆ อาจใช้ช่างถึง 50-100 คน แล้วแต่ขนาดของงานนะคะ บางงานก็ใช้ช่าง 1-2 คนเท่านั้นเอง โดยส่วนใหญ่ในแต่ละจังหวัด หรือ กทม. ช่างดอกไม้เราจะรู้จักกันหมด เวลามีงานก็จะเรียกใช้กัน มีอาชีพเป็นช่างดอกไม้ฟรีแลนซ์รับงานได้ทั่วไป ขึ้นอยู่กับฝีมือประสบการณ์การทำงานของแต่ละคนค่ะ

4. งบประมาณ Budget

งบประมาณ คือสิ่งที่ต้องกำหนดเป็นอันดับแรก ดังที่กล่าวมาข้างต้น เราแบ่งค่าใช้จ่ายหลักๆได้ดังนี้

1.ค่าดอกไม้

2.ค่าโครงสร้าง

3.ค่าแรงทีมงาน

4.ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
(เช่น ค่าอาหารทีมงาน ค่ารถขนของ บางงาน กรณีเข้าทำงานในห้างสรรพสินค้าก็จะเจอค่าประกันภัยบุคคลที่3) เป็นต้น.
ขอแนะนำว่า ลูกค้าทั้งหลายควรตั้ง งบประมาณ เอาไว้เลยในการจัดงานดอกไม้แต่ละครั้ง ว่าจะจ่ายค่าดอกไม้เท่าไร? ท่านไม่ควรกั๊กเอาไว้ ท่านสามารถแจ้งกับร้านดอกไม้ แจ้งช่างดอกไม้ หรือแจ้งคนออกแบบงานไปได้เลยค่ะ ว่ามีเงินเท่านี้ๆบาท อย่าปล่อยให้เขาเหล่านั้น จินตนาการไปเอง มันไม่เป็นผลดีกับใคร เพราะถ้าปล่อยให้เขาเหล่านั้น คิด-ออกแบบไป ส่วนใหญ่เมื่อตีราคาออกมามันจะ“เกินงบ”ค่ะ มันจะเสียเวลาการทำงาน ต้องมาออกแบบใหม่ไปอีก แน่นอนว่า ทุกคนอยากทำงานสวยๆ อยากให้งานดอกไม้ออกมาดี เป็นที่น่าภาคภูมิใจ แต่งานจะดีไม่ได้เลยถ้าไม่มี เงินซื้อของ
ดังนั้น ลูกค้าทุกท่านควรแจ้ง งบประมาณให้ทราบก่อนการทำงาน ก่อนการออกแบบจะดีกว่า แล้วท่านค่อยมาดูจากแบบอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่ เขาออกแบบมา มันเหมาะสมกับงบประมาณที่ท่านให้ไปหรือเปล่า? สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นคือ ดูจากผลงานที่ผ่านมาค่ะ ว่าฝีมือของร้านนี้ ช่างคนนี้เป็นอย่างไร และท่านก็จะตัดสินใจได้ว่า ควรไปต่อ หรือพอแค่นี้.

* อยากจะเรียนเน้นย้ำให้ทราบว่า การจัดงานดอกไม้ ไม่ได้มีแค่ค่าดอกไม้นะคะ จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆดังที่กล่าวมาข้างต้นอีกด้วยค่ะ ขอได้โปรดเข้าใจ *

5. ออแกไนซ์ Organizer

ในเมืองไทยมี บริษัทที่รับจัดงานอยู่มากมายนะคะ บ้างก็เรียกว่า Planer , Organizer ขอเรียกว่า “ออแกไนซ์ “นะคะในหมู่ร้านดอกไม้ ช่างดอกไม้จะรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนกลางที่ประสานงานระหว่างเจ้าภาพและร้านดอกไม้ ออแกไนซ์ ยังทำหน้าที่อื่นๆอีกมาก ทั้งประสานงานกับโรงแรม สถานที่จัดงาน ติดต่อช่างฝ่ายต่างๆ ติดต่อร้านอาหาร นักดนตรี ออกแบบการจัดงาน และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงคุยงานกับร้านดอกไม้ ถ้าลูกค้ามีงบประมาณมากพอ แนะนำให้จ้าง ออแกไนซ์ มาทำงานให้ค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ท่านจะไม่ปวดหัวกับการติดต่อพูดคุยคนหลายๆคน และเลือกที่จะคุยผ่านออแกไนซ์ เป็นคนเดียวก็เป็นการดี เอาเวลาไปโฟกัสในวันงานดีกว่า โดยราคาค่าบริการก็แตกต่างกันไป ออแกไนซ์ดีๆก็มีอยู่มาก แล้วแต่ท่านเลือกใช้ค่ะ.

6. ประเภทของดอกไม้ที่ใช้ในงานต่างๆ

มาถึงหัวข้อที่สำคัญที่สุดในบทความนี้ ท่านควรจำหัวข้อเหล่านี้ให้ดี จะทำให้ท่านสื่อสารกับ ร้านดอกไม้ หรือ ช่างดอกไม้ หรือเซลขายงานในโรงแรม โดยที่เขาเหล่านั้นจะไม่งง และเข้าใจได้ตรงกัน เพราะลูกค้าบางท่านอาจใช้คำผิด โดยที่ไม่รู้ ทำให้เข้าใจไม่ตรงกัน แต่เราไม่ว่ากันค่ะ บทความนี้จะมาแนะนำการจัดดอกไม้ เลือกใช้ประเภทของดอกไม้ในงานต่างๆค่ะ อ่านต่อหน้า2 นะคะ >>